ชื่อเพลง : หลง

นักร้อง : พัณนิดา เศวตาลัย

ชื่อนิยาย "สัญญารัก" ได้แรงบันดาลใจจากเพลงนี้ ขอขอบคุณเจ้าของเพลง มา ณ.ที่นี้อย่างสูง

เสียงรถเปิดไซเรน
แล่นออกมาอย่างเร็ว
ผมหันไปมองซ้ายมือ
"โรงพยาบาล"
เขาจะรีบไปไหนกัน
คงอาการหนักมากละซิ

ผมเดินต่อไป ตามฟุตบาท
มีคนเดินสวนมา
ชนผมอย่างแรง
ลมเย็นพัดวูปผ่านไป
ผมยืนนิ่ง
ทำไมเราไม่ล้มแปลกนะ

ผมเดินต่อ
มายืนอยู่หน้าโรงเรียน
เหมือนเราเคยผ่านมา
แต่ไม่เหมือนกับที่เคยเห็น
ที่เคยเห็น ด้านหน้าเป็นตึกสูง 8 ชั้น
โดมใหญ่โตกว้างใหญ่
ช่างมัน แค่เห็น เขาไม่ได้ให้เราคิด

ผมเดินต่อไป
ด้านขวามือเห็นบ้าน ร้านค้าเป็นแถว
"บ้าน"
เราไม่มีบ้านเหมือนคนอื่นแถวนี้
"อยากกลับบ้าน"

ยกครับ หนึ่ง สอง สาม
ผมยืนมองร่างชายสูงวัย
ที่นอนอยู่บนเตียง
ห้องเย็นมาก
ได้ยินเสียงร้องขอผ้าห่ม
หมอบอก "อย่าพูดมาก"
"เดียวเหนือย"
ข้างเตียงซ้ายมือ
มีจอทีวีสูงใหญ่
กว้างเกือบเท่าเตียง
สูงท่วมหัว
เหนือขึ้นไปมีอีกจอภาพ
มีหัวอ่านอยู่ตรงหน้า
มองจอภาพ
เห็นเส้นเลือดเต็นอยู่หลายเส้น
เสียงพยาบาล
"นอนนิ่งๆห้ามกระดุกกระดิก"

เสียงหมอ "เจ็บขนาดไหน 1 ถึง 10"
เสียงตอบ 6
เห็นหมอ กดหาเส้นเลือด
ตรงร่องขาหนีบ
"ไม่เห็นมี" เสียงพูด
"พบแล้ว"
"เจ็บไหม"
แล้วฉีดยาอีกสองสามเข็ม
สอดสายยาวๆเข้าไป
"ไอแรงๆ"
"แรงอีก"
ตอนแรกให้นอนนิ่งๆ
ใครจะกล้าไอแรง
ผมยืนดูแล้วขำ

"เจ็บเท่าไร"
"4 ครับ"
สักพัก
"เจ็บเท่าไร"
"ไม่ค่อยเจ็บแล้วครับ"
"ไม่ได้ เจ็บเท่าไร"
"0 ก็ได้ครับ"
คุณหมอเงียบไป
สักครู่มีเสียง
"หมอผมปวดอึ"
"เดียวๆรอแป๊บหนึ่ง"
พยาบาลเอาแพมเพิรส์มาใส่ให้
"เอาอึ"
เท่านั้นแหละไหลออกมาหมดเลย
ผมรีบเดินออกไปจากห้อง
ผมนึก"รอดไหมเนีย"

ห้องพักฟื้น
"คุณหมอทำได้แค่นี้
คุณต้องไปกรอเส้นเลือด
ที่โรงพยาบาลอื่น
ที่มีหัวกรอเพ็ชรละเอียด
มันแข็งมาก
แล้วทำบอลลูน
หลอดเลือดหัวใจ"
พยาบาลบอก

ทศ เด็กน้อยอายุ 4 ขวบวิ่งเล่น
อยู่ใต้ถุนบ้านยกสูงกับพี่ๆ
พี่สาว “เย็นแล้วไปอาบน้ำกัน”

แม่น้ำยมอำเภอสวรรคโลก
หน้าแล้งปีนี้แม่น้ำยมแห้งขอด
เดินข้ามฝ้่งได้
พี่ๆข้ามไปฝั่งโน้น
พี่สาว”นั่งตรงนี้นะห้ามไป
ตรงกลางน้ำมันลึก”
นั่งมองเห็นพี่ๆสนุกสนานกัน
ข้ามไปถึงฝั่งโน้นกันแล้ว

ลุกเดินตามพี่ลงไป
น้ำเย็นดี
เดินลงไป ลงไป
ผลุบ จมน้ำลงไป
สำนึกแรก ตะกายขึ้น
ผลุบ ๆ โผล่ ๆ
ได้ยินเสียงพี่
”น้องตกน้ำ น้องตกน้ำ”
ถูกลากขึ้นจากน้ำ
ตัวสั่น ใจสั่น
กลับบ้าน
นั่งอยู่หัวบันได
ร้องไห้ ไม่มีเสียง
น้ำตาไหลพราก พราก
แม่“ไปกินข้าว ร้องทำไม
คราวหน้าก็เชื่อพี่เขา”
แม่เสียไปแล้ว
ผมเรียกพี่สาวว่า “แม่”
จนพี่สาวเสียชีวิต
ชีวิตผมเหมือนตาย
มาแล้วครั้งหนึ่ง
แต่ตอนนี้
ผมยังนอนอยู่บนเตียง
รอดหรือไม่ ยังไม่รู้

คนงานกำลังขนผัก
ขึ้นรถบรรทุกหกล้อ
สองคันที่จอดอยู่
“เต็มรถแล้วครับนาย”
“ขับลงเขากันดีๆนะ
ระวังด้วยตรงโค้งพับผ้า
ถึงกรุงเทพแล้ว
ไปพักที่บ้าน
ดูลูกชายให้ด้วย”
“ครับนาย”
ทศ ชายร่างสูงผอมยืน
สั่งงานลูกน้องอยู่
ทศคิดในใจ
“ขอให้เดินทาง
ปลอดภัย
คิดถึงหนูนะลูกชาย”

ชีวิตปลูกผักขาย
โหดร้ายมาก
อยู่บนเขาสูงภูทับเบิก
อยากเลิกอาชีพนี้
ต้องหาอาชีพใหม่

ขับรถขนผัก
เข้ากรุงเทพ
อันตรายมาก
ออกแต่เช้ามืด
กว่าจะถึงก็บ่ายแล้ว

เหตุการณ์เลวร้าย
เกิดขึ้นในวันหนึ่ง
รถขนผักชนกับ
รถปิคอัพ
ที่สวนทางมา
หน้า
“โรงเรียนหนองไผ่”
สมัยก่อนเป็น
ถนนสองเลน
กว่าจะขับ
แซงกันได้ต้องดู
กะแล้วกะอีก
พ้นหรือไม
เมียหัวกระแทก
คอนโซนหน้ารถ
อาการก็หนัก
นอนห้องไอซียู
อยู่หลายวัน

หน้าห้อง ICU
โรงพยาบาลเปาโล
สะพานควาย
ผมนอนหลับ
หลับ หลับ ตื่น ตื่น
นอนหน้าห้องนี้
มาหกคืนแล้ว

หมอบอกว่า
“ต้องฟื้นใน 7 วัน”
ถ้าวันนี้ไม่ฟื้น
ทุกสิ่งทุกอย่าง
จบกันตรงนี้

ผมจับมือเธอ
มาแนบแก้ม
ผมสดุ้ง
มือเย็นเฉียบ
“ตื่นเถอะครับ
ลูกยังเล็กอยู่
ยังจำหน้า
แม่ไม่ได้
อยู่ให้ลูก
เห็นหน้าเถอะ
ผมสัญญา
จะไม่ให้เกิด
เรื่องแบบนี้อีก
จะดูแลคุณ
ตลอดไป
จนตายจากกัน”

นิ้วเธอกระดิก
ลมหายใจแรง
ดังเข้าไป
ในหูสองข้างของผม
“หมอฟื้นแล้วครับ”
หมอพยาบาล
วิ่งกันวุ้น

ผมไปแก้บน
ให้ท้าวพระพรหม
เอราวัณ
ขอท่านไว้ก่อนแล้ว
โลกของผมเริ่ม
มีความหวัง
ลูกได้เห็นหน้าแม่แล้ว

รถแล่นเข้า
ประตูรั้วบ้าน
มาอย่างช้าๆ

ทศ ชายหนุ่ม
วัยกลางคน
ก้าวลงจากรถ

“นายมีนัดเก้าโมงเช้า
พรุ่งนี้นะครับ”

“หือ
พรุ่งนี้เช้า
เตือนด้วย”

หนุ่มน้อย
วิ่งเข้ามากอด
ผมกอดรัดตอบ
“ชื่นใจ
แม่ละ”

เดินเข้าบ้าน
กอดภรรยาแน่น
“สบายดีนะ
รักนะครับ”
แอบหอมแก้ม
ไปทีหนี่ง

ตอนที่ 8 ................